Sunday, 21st October, 2018

คุ้มหรือไม่ถ้าหากลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน

ถ้าหากพูดถึงเรื่อง สถาปัตยกรรมยั่งยืน หลายท่านอาจจะคิดคิดถึงบ้านที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่มีราคาแพงใช้เป็นวัสดุก่อสร้างเพื่อลดการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริงแล้วสถาปัตยกรรมยั่งยืนนั้นประกอบด้วยหลายปัจจัยหลายๆสิ่งเข้ามารวมกันโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีหรือวัสดุราคาแพงเพียงเท่านั้น

หากถามว่าสถาปัตยกรรมยั่งยืนคืออะไร Sustainable หมายถึงสิ่งที่อยู่ได้นาน คงทน ยั่งยืน สามารถอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ สภาวะแวดล้อมโดยรอบ เรามาดูสถาปัตยกรรมยั่งยืนใน 4 หัวข้อกันค่ะ

Environmental Sustainability หากพูดถึงเรื่องสถาปัตยกรรมยั่งยืน สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องการใช้พลังงาน ส่วนในเรื่องของการออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงานสามารถแบ่งเป็น 2 แนวทางหลักๆ

1.1 Active Design เป็นการออกแบบอาคารให้มีความยั่งยืนด้านการใช้พลังงาน โดยการนำเทคโนโลยี หรือวัสดุอุปกรณ์ทันสมัยเข้ามาช่วย อาทิ การใช้ solar cell ระบบ Home Automation ถึงแม้วิธี Active Design มีความคุ้มค่าในระยะยาวแต่มีข้อเสียที่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง

1.2 Passive Design การออกแบบอาคารให้มีความสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม เป็นการนำความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ เช่น ทิศทางลม แสงอาทิตย์ ต้นไม้ เป็นต้น ตัวอย่าง Passive Design อาทิ บ้านทรงไทยในสมัยอดีต หรืออาคารที่ออกแบบให้ห้องทุกห้องภายในอาคารได้รับลมและมีอากาศถ่ายเท ไม่รับแสงในช่วงบ่ายโดยตรง หน้าต่างทุกบานจัดวางในตำแหน่งและทิศทางที่เหมาะสม รวมทั้งปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อกรองความร้อน

นอกจากความยั่งยืนด้านพลังงานแล้วยังคลอบคลุมความยั่งยืนสิ่งแวดล้อมในด้านอื่นๆด้วย เช่น การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หาได้ง่ายในท้องถิ่น เป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย รวมทั้งการบำบัด กำจัด และ Recycle เป็นต้น

2. Economical/Financial Sustainability ความยั่งยืนทางด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน คือการลดค่าบำรุงรักษาอาคารในระยะยาว ใช้ค่าบำรุงรักษาน้อยที่สุดและง่ายที่สุด เช่น การออกแบบหลังคาอาคารให้เป็นชิ้นเดียวกันทั้งผืนเพื่อลดโอกาสรั่วซึม, การจัดวางตำแหน่งท่อ ระบบประปา ระบบไฟฟ้าให้สามารถเปิดซ่อมบำรุงได้ง่าย, การใช้ Fibre-Composite Panel แทนไม้จริงเพื่อลดโอกาสถูกปลวกกิน, การใช้วัสดุที่คงทนและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย และการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและมีอายุการใช้งานนาน เป็นต้น

3. Social Sustainability ความยั่งยืนทางด้านสังคม สามารถแยกเป็นประเด็นได้ 2 ข้อ คือ

3.1 ความยั่งยืนทางด้านสังคมภายในบ้าน อาคารที่ดีต้องสามารถสนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ที่อยู่อาศัย และในขณะเดียวกันผู้อยู่อาศัยก็มีพื้นที่ส่วนตัว มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน และสามารถลดโอกาสการเกิดความขัดแย้งระหว่าง

3.2 ความยั่งยืนทางด้านสังคมภายนอกบ้าน การสร้างอาคารโดยสนใจในเรื่องของพื้นที่รอบๆ นั้นทำให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น และอาจส่งผลทางอ้อมกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนั้นด้วย

4. Cultural Sustainability วัฒนธรรมและความเชื่อ เป็นการประยุคใช้วัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่เข้าไปในการออกแบบอาคารรวมทั้งเรื่องฮวงจุ้ยที่ให้ความสำคัญ ความเชื่อเรื่องทิศทางต่างๆ โดยไม่กระทบต่อความทันสมัยของงานออกแบบ

จากหัวข้อที่กล่าวมาข้างต้นการสร้างอาคารให้มีความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากเสมอไป บางหัวข้อสามารถทำได้โดยไม่ต้องลงทุน นอกจากที่อยู่อาศัยจะมีผลกับผู้อยู่อาศัยแล้วยังมีผลกับบริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ด้วย ดังนั้นการออกแบบอาคารจึงควรคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวต่อตัวผู้อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อมและสังคมรอบๆ

0 Comments

Leave a Comment