Sunday, 17th November, 2019

สมุนไพรที่ควรปลูกไว้ในบ้าน

มาดูกันว่าสมุนไพรที่เรานำมาแนะนำนี้มีอะไรกันบ้าง ที่สำคัญสมุนไพรพวกนี้โตไว จนอาจเก็บกินไม่ทันกันเลยที่เดียว

1. กุ้ยช่าย แนะนำเลย มันเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย โตง่ายแม้จะอยู่ในบ้านหรืออาคาร เพราะมันไม่ได้ต้องการแสงแดดมากนัก กุ้ยช่ายขึ้นง่ายมาก เพียงใช้เมล็ดที่หาซื้อได้ทั่วไป หรือใช้ลำต้นที่ยังมีรากติดอยู่ก็ได้ จากนั้นนำมันไปปลูกไว้ในกระถางที่มีดินอยู่ จากนั้นไม่นานมันก็จะออกรากไปจนทั่วกระถาง สามารถนำไปผัด ต้ม ทอดก็หอมอร่อย อีกทั้งยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น

ประโยชน์ของกุยช่าย

  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • ผักกุยช่าย มีฤทธิ์ร้อน ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ มันจึงเหมาะอย่างมากที่จะรับประทานในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูฝนที่มีอากาศชื้น
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เนื่องจากผักกุยช่ายมีวิตามินเอที่ช่วยในการมองเห็น
  • ช่วยบำรุงกระดูก เนื่องจากต้นกุยช่ายมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง
  • กุยช่ายมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดต่ำ รักษาภาวะเม็ดเลือดแดงต่ำ แก้อาการอ่อนเพลีย (พบได้บ่อยในผู้ป่วยไข้เลือดออก ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้นหลังการเจ็บป่วย จากการผ่าตัดหรือคลอดบุตร) เม็ดเลือดแดงประกอบด้วยฮีโมโกลบินที่ทำหน้าที่ในการนำออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
  • ประโยชน์ของใบกุยช่าย ช่วยปรุงแต่งรสอาหารให้อร่อยมากยิ่งขึ้น กุยช่ายนิยมใช้รับประทานเป็นอาหาร ด้วยการใช้ดอกนำมาผัดกับตับหมู หรือจะใช้ใบสดรับประทานกับลาบหรือผัดไทยก็ได้ นอกจากนี้ยังใช้ใบนำมาทำเป็นไส้ของขนมกุยช่ายอีกด้วยครับ

2. ผักชีไทย เป็นผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมาใช้ประกอบอาหารต่าง ๆ เพื่อทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น แถมยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายประการอีกด้วย

ประโยชน์ของผักชี

  • ใบนำมารับประทานเป็นผักแนม รับประทานกับอาหารอื่น หรือนำมาใช้ปรับแต่งหน้าอาหาร (ใบ)
  • ช่วยดับกลิ่นเนื้อและกลิ่นคาวต่าง ๆ (ผล)
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (ใบ)
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการหวัด (ใบ)
  • ช่วยแก้ไอ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ (ใบ)
  • ช่วยย่อยอาหาร (ผล, ใบ)
  • ช่วยขับลมในกระเพาะ (ใบ)

3.โหระพา เป็นผักและสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่ใช้ประกอบอาหารบ่อยครั้ง และก็เป็นอีกหนึ่งพืชพันธุ์ที่แนะนำให้ปลูกในบ้าน โดยโหระพา 1 ขีด มีเบต้าแคโรทีนสูงถึง 452.16 ไมโครกรัม ซึ่งสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจ และยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เป็นต้น

สรรพคุณของโหระพา

  • ช่วยป้องกันความเสียหายในร่างกายของเราจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  • มีส่วนในการช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
  • มีฤทธิ์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลและแผ่นคราบพลัคในกระแสเลือด
  • มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยขับหัวสิวและต้านการเจริญเติบโตของเชื้อสิว
  • ช่วยในการเจริญอาหาร
  • ช่วยแก้หวัดและช่วยในการขับเหงื่อ ด้วยการนำใบและต้นสดมาต้มเข้าด้วยกันแล้วเอาน้ำมาดื่ม

4.สะระแหน่ เป็นพืชที่โตไว และเหมาะที่จะปลูกไว้ในบ้านที่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ วิธีการคือ โรยเมล็ดของมันลงในกระถางที่มีดินดี โดยตั้งกระถางไว้ในที่ร่มรำไร ให้มีแสงแดดอ่อนเล็กน้อยในแต่ละวัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สะระแหน่ไว้ปรุงอาหารเมนูต่างๆ

ประโยชน์ของสะระแหน่

  • ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นด้วยการนำใบสะระแหน่มาบดแล้วนำมาทาผิว
  • ใช้เป็นยาเย็น ดับร้อน และขับเหงื่อในร่างกาย
  • ช่วยบรรเทาอาการเครียด
  • ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง 
  • ช่วยบรรเทาอาการและแก้หวัด น้ำมูกไหล อาการไอ
  • ช่วยรักษาโรคหอบหืด
  • ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

5.กะเพรา กะเพราจัดพืชที่นิยมมากๆในระเทศไทยเพราะมีทุกที่ทุกหย่อมหญ้า เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด โดยเฉพาะประเทศอินเดีย เขาถือว่ากะเพราเป็นยารักษาโรคได้ทุกโรค และยังจัดเป็นราชินีแห่งสมุนไพร อ้อ เอาไปทำผัดกะเพราหมูสับได้ด้วยนะขอบออก อร่อย

สรรพคุณของกะเพรา

  • ประโยชน์ของกะเพราใช้ทำเป็นยาอายุวัฒนะ (the elixir of life)
  • ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นและป้องกันอาการหวัดได้ (ใบ)
  • ช่วยบำรุงธาตุไฟ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน (ใบ)
  • ช่วยขับลมแก้อาการปวดท้องอุจจาระ (ใบ)
  • ใบกะเพรามีสรรพคุณช่วยขับลมในกระเพาะ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง (ใบ)
  • กะเพรามีสรรพคุณช่วยขับน้ำดี (น้ำสกัดจากทั้งต้น)
  • ช่วยแก้ลมพิษ ด้วยการใช้ใบกะเพราประมาณ 1 กำมือนำมาตำผสมเหล้าขาวแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ (ใบ)

6. ตะไคร้ มารับทราบเทคนิคพิเศษกันก่อนก็คือ ตะไคร้ไม่จำเป็นต้องปลูกไว้ในดินเสมอไป เพียงคุณเลือกซื้อต้นตะไคร้ที่สมบูรณ์ หลังจากตัดท่อนบนเพื่อใช้ประกอบอาหารแล้ว ให้นำต้นท่อนล่างแช่น้ำทิ้งไว้ เพียงไม่นานมันก็จะออกรากแข็งแรงกลายเป็นต้นใหม่ อาจจะมีการใส่ปุ๋ยน้ำเพื่อให้อยู่ได้นานขึ้น อีกทั้งตะไคร้เป็นทั้งยารักษาโรคและยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ

ประโยชน์ของตะไคร้

  • นำมาใช้ทำเป็นน้ำตะไคร้หอม น้ำตะไคร้ใบเตย ช่วยดับร้อนแก้กระหายได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
  • มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • มีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและเพิ่มสมาธิ
  • ช่วยแก้ปัญหาผมแตกปลาย (ต้น)
  • มีฤทธิ์เป็นยาช่วยในการนอนหลับ
  • การปลูกตะไคร้ร่วมกับผักชนิดอื่น ๆ จะช่วยป้องกันแมลงได้เป็นอย่างดี
  • ต้นตะไคร้ช่วยดับกลิ่นคาวหรือกลิ่นคาวของปลาได้เป็นอย่างดี
  • กลิ่นหอมของตะไคร้สามารถช่วยไล่ยุงและกำจัดยุงได้เป็นอย่างดี
  • มักนิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารหลายชนิด เช่น ต้มยำ และอาหารไทยอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ

7.หอมแดง จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท และยังสามารถกินได้ทั้งต้น ที่สำคัญปลูกง่ายโตเร็ว 

สรรพคุณของหอมแดง

  • ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น
  • หอมแดงช่วยทำให้เจริญอาหาร (ผล,ใบ)
  • ร่างกายซูบผอม แก้ด้วยการใช้เมล็ดแห้ง 5-10 กรัมนำมาต้มน้ำดื่ม
  • มีส่วนช่วยเสริมสร้างความจำ ทำให้ความจำดีขึ้น
  • ช่วยบำรุงโลหิต
  • ช่วยบำรุงหัวใจ
  • ช่วยเจริญธาตุไฟ
  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น
  • ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย เป็นลม
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

ทีนี้คุณคงอยากจะสร้างสวนผัก สวนครัวเล็กๆ ไว้ภายในบ้านแล้วสินะ พืชพวกนี้ใช้พื้นที่และการดูแลไม่มาก แค่ปลูกใว้ติดบ้าน แค่นี้นี้ก็กินกันไม่ทันแล้วครับ

0 Comments

Leave a Comment